SCGD เปิดแผนธุรกิจ ปี 2569 รุกเร่งขยายเวียดนาม–อาเซียน สู่การเป็นผู้เล่นวัสดุตกแต่งพื้นผิว และสุขภัณฑ์ระดับภูมิภาคครบวงจร

วันที่เผยแพร่ : 13 มี.ค. 2569
SCGD เปิดแผนธุรกิจ ปี 2569 รุกเร่งขยายเวียดนาม–อาเซียน สู่การเป็นผู้เล่นวัสดุตกแต่งพื้นผิว และสุขภัณฑ์ระดับภูมิภาคครบวงจร

กรุงเทพฯ: 13 มีนาคม 2569 – บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เผยจากการประเมินแนวโน้มธุรกิจก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน ที่ยังมีศักยภาพเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความสามารถ ในการบริหารต้นทุนการผลิต ที่แข่งขันได้ แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน จึงประกาศเปิดแผนธุรกิจประจำปี 2569 เดินหน้าสู่การเป็น Integrated ASEAN Player อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยจุดแข็งด้านความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง (Deep Customer Insight) ควบคู่กับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ (Production Intelligence) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และคงความเป็นผู้นำในตลาดอาเซียนในระยะยาว

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD)  เปิดเผยว่า “SCGD มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตในอาเซียน ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็น Integrated ASEAN Player ผ่านการเชื่อมโยงฐานการผลิตการบริหารซัพพลายเชน และเครือข่ายการจัดจำหน่ายในภูมิภาค ให้ทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่ยั่งยืน ทั้งนี้เวียดนามถือเป็น ฐานกลยุทธ์สำคัญของภูมิภาค ทั้งด้านการผลิตและการส่งออก จากการเติบโตของ GDP ที่อยู่ในระดับสูง ต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ และโอกาสในการขยายสู่ตลาดอาเซียน ที่ยังมีศักยภาพสูง

ขณะเดียวกัน จากแนวโน้มราคาน้ำมัน และพลังงานที่อาจเผชิญความผันผวน SCGD ได้วางรากฐานการลด การพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และลดความเสี่ยง ด้านราคาพลังงาน มาตั้งแต่ปี 2566 ผ่านการเพิ่มสัดส่วน การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ยังคงเดินหน้า ต่อยอดเป้าหมายดังกล่าว เพื่อเสริมความสามารถในการบริหารต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ โดยในปี 2568 สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ทดแทนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินได้มากกว่า 23.5% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 34.5% ในปี 2569 ขณะเดียวกัน การใช้พลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็น 13.6% ของการใช้ไฟฟ้ารวม และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 14% ซึ่งสะท้อนแนวทางการบริหารต้นทุน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าลดต้นทุนเพิ่มอีกปีละ 80 ล้านบาท

สำหรับปี 2569 SCGD กำหนดงบลงทุน (Capex) กว่า 2,500 ล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในเวียดนามเป็นหลัก เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain) อีก 6.6 ล้านตารางเมตร รองรับความต้องการของตลาด ที่มีความต้องการจากกระเบื้องเซรามิกทั่วไป สู่สินค้าที่มีคุณภาพและดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น พร้อมขยายตลาดส่งออกในภูมิภาค ภายใต้แนวทางพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ (Production Intelligence) ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยระบบอัตโนมัติ ลดต้นทุน ควบคุมคุณภาพอย่างแม่นยำ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าบริหารฐานผลิตร่วมในระดับภูมิภาค (Regional Optimization) เพื่อกระจายความเสี่ยง จากการพึ่งพาฐานการผลิตใดฐานหนึ่ง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรในภาพรวม อีกทั้งยังยกระดับความสามารถแข่งขันในระยะยาว ผ่านการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหิน และการดำเนินโครงการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจสุขภัณฑ์ SCGD เดินหน้าขยายส่วนแบ่งตลาดในไทย ผ่านการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยต่อยอดจากความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ทั้งกลุ่มที่มองหานวัตกรรม และความสะดวกสบายผ่านสุขภัณฑ์ Smart ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานในราคาที่เข้าถึงได้ (Smart Value Products: SVP) อาทิ สุขภัณฑ์แบรนด์ sosuco ก๊อกน้ำแบรนด์ Prema เพื่อรองรับกำลังซื้อที่หลากหลาย ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะเดียวกันมีแผนการเพิ่มประสิทธิภาพโ รงงานผลิตสุขภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับโลก และเพิ่มยอดขายในตลาดต่างประเทศในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม SCGD มีแผนขยายกลุ่มสินค้าใหม่ และสินค้าเกี่ยวเนื่อง ในตลาดวัสดุตกแต่งพื้นผิว เช่น SPC กาวซีเมนต์และยาแนว ท็อปเคาน์เตอร์ครัว ประตู–หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ โดยตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายกว่า 40% ในปีนี้

ณ สิ้นปี 2568 SCGD มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินสดกว่า 9,000 ล้านบาท ประกอบกับโครงการควบรวมกิจการ (Merger & Partnership) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลายโครงการ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทน ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น

 

“SCGD ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตควบคู่ กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย โดยเดินหน้าขยายธุรกิจ สอดคล้องกับการขยายตัวของอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม พร้อมยกระดับความสามารถแข่งขัน ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพสูง เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ครองใจผู้บริโภคในทุกประเทศ ที่เราดำเนินธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง ในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น” นายนำพล กล่าวปิดท้าย

Text Widget

SCGD เปิดแผนธุรกิจ ปี 2569 รุกเร่งขยายเวียดนาม–อาเซียน สู่การเป็นผู้เล่นวัสดุตกแต่งพื้นผิว และสุขภัณฑ์ระดับภูมิภาคครบวงจร

Related News